วอนสังคมช่วยเหลือ นักเรียนชาย ม.6 สอบติดคณะเภสัช ม.มหิดล ไม่มีเงินลงทะเบียน

วอนสังคมช่วยเหลือ

เด็กนักเรียนชาย ม.6 บ้านยากจน สอบติดคณะเภสัช ม.มหิดล ไม่มีเงินลงทะเบียน เผยใฝ่ฝันที่จะเป็นนักวิจัยสมุนไพรไทยรักษาโรค และตั้งกองทุนช่วยเหลือเด็กยากจน 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (14 มิ.ย.) ได้รับแจ้งว่าได้มีนักเรียนรายหนึ่ง อยู่หมู่ 15 ต.น้ำชุน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ หลังจากจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 แล้วไปสอบเข้าเรียนต่อติดคณะเภสัช มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา ซึ่งจะต้องรายงานตัวในวันที่ 15 มิ.ย.นี้ และต้องชำระค่าลงทะเบียน จำนวน 3 หมื่นกว่าบาท ภายในวันที่ 20 มิ.ย. นี้ แต่เนื่องจากนักเรียนรายดังกล่าว มีฐานะยากจน พ่อแม่มีอาชีพทำนา และรับจ้างทั่วไป จึงวอนสังคมให้การช่วยเหลือ

ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบ พบว่าบ้านหลังดังกล่าว เป็นบ้านปูน 2 ชั้น แต่มีแต่โครงสร้างและหลังคา ส่วนฝาบ้านใช้สังกะสีกั้นกันแดด ลม ฝน เครื่องใช้ไฟฟ้า แทบจะไม่มี  

นางคำแพง ยารังษี อายุ 60 ปี เปิดเผยว่า ตนและสามีมีลูกชายเพียงคนเดียว คือ นายเกียรติราชัน ยารังษี ปัจจุบันอายุ 18 ปี ตนและสามีมีอาชีพทำนาข้าว และรับจ้างทั่วไป โดยนาก็ต้องเช่า ส่วนรับจ้างทั่วไปนั้น สามีทำเพียงคนเดียว เพราะตนมีสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง ผิวหนังแพ้สารเคมีทุกชนิด อีกทั้งชีพจรก็เต้นช้ากว่าปกติ เมื่อปี 2550 เกิดไฟไหม้บ้านเสียหายทั้งหลัง จึงได้ไปกู้เงิน ธ.ก.ส.มาสร้างบ้าน ก็ไม่แล้วเสร็จ ขณะนี้หนี้ก็ยังใช้ไม่หมด

เมื่อปี 2562 ได้กู้เงินกองทุนหมู่บ้าน รวมกับเงินเก็บบางส่วนลงทุนเช่าที่ปลุกข้าวโพด โดยลงทุนไปทั้งหมด 6 หมื่นกว่าบาท แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงช่วงเก็บเกี่ยวเกิดโรคระบาด อีกทั้งข้าวโพดก็ถูกขโมย คงเหลือนำไปขายได้เงินเพียง 5 พันบาทเท่านั้น

ต่อมาปีที่แล้วได้ไปยืมเงินในหมู่บ้านมาจำนวนหนึ่ง เพื่อมาปลูกพริก ผลปรากฏว่าเมื่อถึงช่วงเก็บพริก เกิดโรคโควิดระบาดอีก จึงทำให้ไม่มีคนซื้อต้องขาดทุนอีกครั้ง พอมาในปีนี้ก็เลยไม่กล้าที่จะไปยืมที่ไหนมาลงทุน มีรายได้เพียงสามีไปรับจ้างทั่วไปได้วันละ 222-300 บาท เท่านั้น

และยิ่งลูกชายเรียนจบสอบติดมหาวิทยาลัย ต้องใช้เงินในการลงทะเบียนหลายหมื่นบาท ครั้งแรกตนได้พูดกับลูกว่าให้สละสิทธิ์ เอาไว้สอบปีหน้า เผื่อพ่อกับแม่จะหาเงินได้ ลูกก็ได้แต่นั่งนิ่งแล้วก็ร้องไห้ ตนสงสารลูกมาก จึงได้ไปขอหยิบยืมจากญาติๆ คนที่รู้จัก ซึ่งตอนนี้ก็ได้เพียงหมื่นกว่าบาท ก็ยังไม่รู้เลยว่าจะหาเงินที่ไหนให้ลูกไปลงทะเบียน

จึงได้แต่ขอความเมตตาจากผู้ใจบุญช่วยเหลือในครั้งนี้ ซึ่งเมื่อลูกสามารถลงทะเบียนเรียนและเข้าเรียนได้แล้ว ก็จะให้ลูกหาช่องทางในการกู้ กยศ.หรือขอทุนการศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่อไป 

นางคำแพง เปิดเผยอีกว่า ลูกชายเป็นคนที่ไม่ชอบเที่ยวเตร่เลย เลิกเรียนมาก็ช่วยงานบ้าน เสร็จแล้วก็อ่านหนังสือจนดึก เป็นแบบนี้ทุกวัน และไม่ได้เรียนพิเศษแต่อย่างใดเลย  

ด้าน นายเกียรติราชัน ยารังษี หรือ น้องโอ๊ต เปิดเผยว่า ตนชอบอ่านหนังสือมาก ไม่ว่าจะเป็นหนังสืออะไร รู้สึกมีความสุขเมื่อได้อ่านหนังสือ ตนพยายามเรียนให้ได้ดีที่สุด เพื่อที่โตไปจะได้มีงานทำเลี้ยงพ่อแม่ให้สบาย

ตนตั้งใจไว้ว่าจะสอบเข้าเภสัชให้ได้ เพราะมีความใฝ่ฝันที่จะวิจัยการใช้ยา และผลข้างเคียงของการใช้ยาประเภทต่างๆ รวมทั้งต้องการที่จะวิจัยนำสมุนไพรไทยมารักษาโรค อีกทั้งอยากจะตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ยากจน แต่ไม่มีเงินเรียนแบบเดียวกับตน

ซึ่งหลังจากสอบติดเภสัช มหาวิทยาลัยมหิดลแล้ว ตนก็ได้มาบอกว่า จะต้องใช้เงินในการลงทะเบียน ซึ่งแม่กับพ่อก็บอกในครั้งแรกว่าไม่มีเงินเลย อยากจะให้สละสิทธิ์ ในตอนนั้นตนพูดอะไรไม่ออกเลย หากสละสิทธิ์ไม่รู้ว่าปีหน้าจะเกิดอะไรขึ้น จะสอบได้หรือไม่ ซึ่ง ณ ขณะนั้นตนรู้สึกว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกเลย

กระทั่งแม่ไปหยิบยืมเงินคนที่รู้จักได้จำนวนหนึ่ง ซึ่งก็พอที่จะทำให้ตนเองมีความหวัง แต่ก็ยังไม่พอ จึงอยากจะขอความเมตตาจากผู้ใจบุญ แค่เพียงให้มีเงินลงทะเบียน รวมทั้งค่าใช่จ่ายเบื้องต้น ซึ่งหลังจากนั้นตนก็จะยื่นกู้ กยศ.หลังจากที่ได้เข้าไปเป็นนักศึกษาแล้ว

สำหรับท่านที่ต้องการที่จะให้ความช่วยเหลือ สามารถโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาหล่มสัก เลขที่ 555 – 265670 – 5 ชื่อบัญชีนายเกียรติราชัน ยารังษี หรือจะโทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 061-3066484 

ที่มา :  sanook.com

ติดตาม ข่าวสด ได้ที่เว็บไซต์ www.thenation-news.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *