6 พรรคจับมือยื่นอีก 4 ร่างแก้รัฐธรรมนูญ วิษณุเย้ยหนทางอีกยาวไกล

6 พรรคจับมือยื่นอีก 4 ร่างแก้รัฐธรรมนูญ วิษณุเย้ยหนทางอีกยาวไกล

6 พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นแก้ รธน.อีก 4 ฉบับ สยบเกาเหลาเพื่อไทย-ก้าวไกล ปิดสวิตช์ ส.ว.-ปิดประตูตายนายกฯคนนอก กลับไปเลือกตั้งตาม รธน.ปี 40 “ชวน” ยันไม่เคยแทรกแซง ส.ส.ถอนชื่อ “สุรินทร์” พลิกลิ้นอ้างเข้าใจผิด “พนิต” หยันญัตติแก้ รธน. ไม่ใช่เซ็นสำเนาบัตรประชาชน “ปิยบุตร” ผุดองค์กรคานกองทัพ-ศาล ลั่นถ้ามีปฏิวัติจะต้านถึงที่สุด “วิษณุ” เย้ยเส้นทางแก้ยังอีกยาวไกล “สุทิน” ให้ “ประยุทธ์” เลือกเอาอยากพ่วงท้าย “ทรราช” หรือไม่ “บิ๊กตู่” ปฏิเสธไขก๊อก-ไม่หนีคดี ย้ำไม่ได้อยู่เพื่ออำนาจ สภาฯรับรายงานศึกษาการแก้ไข รธน. ชงรัฐสภาคานอำนาจศาล รธน. ปลดล็อก ม.256 พท.ขู่เสียงปืนดัง “ลุง” ไม่มีแผ่นดินอยู่ มธ.ห้ามม็อบใช้พื้นที่ กลุ่มแนวร่วมฯประณามผู้บริหารรับใช้เผด็จการ ลุย “ยึดธรรมศาสตร์คืนประชาชน” “บิ๊กแป๊ะ” ไม่ใช้แผน “กรกฎ 52” “ไผ่-เพนกวิน” นำขบวนทราบข้อหาเฉ่ง ตร.ออกหมายเรียกมั่ว

แม้ทางแกนนำรัฐบาลจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อบีบให้ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ถอนชื่อออกจากญัตติเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ของพรรคก้าวไกล แต่ล่าสุด 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นร่างขอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมอีก 4 ฉบับ หวังปิดประตูตายนายกรัฐมนตรีคนนอก และปิดสวิตช์ ส.ว.ฝ่ายค้านยื่นแก้ รธน.อีก 4 ร่าง

 

“เทพไท” ลั่นไม่เสียใจญัตติแท้ง

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นความสมัครใจของตนที่ร่วมลงชื่อในญัตติดังกล่าว โดยใช้เอกสิทธิ์ความเป็น ส.ส. ไม่เกี่ยวข้องกับมติพรรคทั้งสิ้น เป็นความรู้สึกรับผิดชอบต่ออุดมการณ์ของตนที่สอดคล้องกับอุดมการณ์ของพรรค คือไม่สนับสนุนระบบ และวิธีการแห่งเผด็จการ ไม่ว่าจะเป็นระบบและวิธีการของรัฐบาลใดๆ สามารถตอบสังคมได้ว่าทำไมจึงลงชื่อร่วมกับเพื่อน ส.ส. ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล จาก 13 พรรค แม้ญัตติดังกล่าวจะมีผู้ถอนชื่อจนทำให้ญัตติต้องตกไป แต่รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้แสดงออกถึงจุดยืนต่อสังคม ไม่กังวลหรือเสียใจใดๆทั้งสิ้น มั่นใจว่าทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว อนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไรก็เป็นหน้าที่ของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ที่เป็นเจ้าของประเทศ จะต้องร่วมกันแก้ไข ผลักดันและจัดทำรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงต่อไป

ไม่ร่วมลงชื่อในญัตติของ พท.

เมื่อถามว่าจะไปลงชื่อสนับสนุนในญัตติร่างของพรรคเพื่อไทย ที่จับมือกับพรรคก้าวไกล ขอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ปิดสวิตช์ ส.ว.หรือไม่ นายเทพไทตอบว่า สนับสนุนญัตติดังกล่าว แต่ขอสงวนสิทธิ์ไม่ร่วมลงชื่อในญัตติ เพราะญัตตินี้มีเสียงสนับสนุนครบ 98 คนตามกฎหมายแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องลงชื่ออีก และตนได้แสดงจุดยืนทางการเมืองในการแก้ไขมาตรา 272 ผ่านญัตติร่วมกับพรรคก้าวไกลไปแล้ว เพราะทั้งสองพรรคมีเสียงสนับสนุนไม่พอตามที่กฎหมายกำหนด แต่ยังสามารถใช้สิทธิ์อภิปราย สนับสนุนญัตติดังกล่าวได้ในฐานะสมาชิกรัฐสภาคนหนึ่ง และเชื่อว่าสมาชิกคนอื่นของพรรคที่เห็นเช่นเดียวกับตนจะใช้สิทธิ์อภิปรายด้วย

ฉะ ส.ว.หวงอำนาจขวางแก้ รธน.

นายชุมสาย ศรียาภัย รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่ ส.ว.บางส่วนยกสารพัดเหตุผล ไม่ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นที่เกี่ยวกับอำนาจ ส.ว. นอกจากอำนาจโหวตนายกฯนั้น เชื่อว่า ส.ว.ยังหวงอำนาจอยู่ เพราะอำนาจของ ส.ว.ถูกซ่อนอยู่ในหลายบทบัญญัติด้วยกัน ส.ว.ชุดนี้ไม่มีทางเป็นอิสระได้เลย เป็นยิ่งกว่าพรรคการเมือง ทั้งอำนาจและจำนวน และความสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจ หากพิจารณาถึงที่มาที่ไป เชื่อว่าผู้มีอำนาจสั่งได้ คนก็รู้กันทั้งประเทศ เพราะถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออำนาจนายกฯ 2 สมัยเป็นอย่างน้อย ทั้งยังมีไว้ป้องกันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีอำนาจเกี่ยวกับแผนการปฏิรูปประเทศ และการแก้ไขโทษหรือองค์ประกอบความผิด ต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ส่วนนี้เป็นหลักประกันของข้าราชการที่สนองผู้มีอำนาจ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 270, 271

“ปิยบุตร” ผุดคานกองทัพ-ศาล

ขณะที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า กรรมาธิการพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ แนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เห็นว่าประเทศไทยควรมีสภาเดี่ยวได้แล้ว และเพิ่มอำนาจให้กระบวนการนิติบัญญัติ เพิ่มบทบาทให้ฝ่ายค้านมากขึ้น รวมถึงสร้างหน่วยงานใหม่ๆ เช่น ผู้ตรวจการกองทัพ ผู้ตรวจการศาล ทั้งหมดนี้ไม่ได้ไปสู่การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองใดๆ ทั้งหมดนี้ยังอยู่ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เมื่อถามถึงข่าวลือรัฐประหาร นายปิยบุตรตอบว่า การรัฐประหารเมื่อ 19 ก.ย.2549 เขาได้เอาอำนาจ ประชาชนไป หากวันนี้จะหาทางออกจากวิกฤตการณ์การเมืองด้วยการรัฐประหารอีกรอบ จะเป็นการทำผิดซ้ำไปกันใหญ่ ในเมื่อบทเรียนมีอยู่แล้ว ทำไมยังเดินหน้าไปสู่การเสียเลือดเสียเนื้อ ทำไมยังจะเดินหน้าไปสู่การรัฐประหาร ทำไมถึงไม่แก้กันในกติกา

ลั่นจะต้านรัฐประหารให้ถึงที่สุด

นายปิยบุตรกล่าวว่า ถ้ามีรัฐประหารเกิดขึ้นเมื่อไหร่ขอยืนยันตรงนี้ว่า ตนและนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า จะออกไปต่อต้านอย่างถึงที่สุด เมื่อถามถึงกระแสข่าวจะไปเป็นแกนนำ การชุมนุมวันที่ 19 ก.ย. นายปิยบุตรตอบว่า ไม่ได้เป็นอย่างนั้น ในฐานะพลเมืองไทยคนหนึ่งเอาใจช่วยผู้ชุมนุม เราต้องพยายามมองนิสิตนักศึกษาเยาวชนว่าเขาเป็นตัวของเขาเอง เขามีความรู้ความสามารถ เขามีเสรีภาพ อย่าคิดว่ามีใครอยู่เบื้องหน้าเบื้องหลัง เขามีวิจารณญาณคิดของเขาได้เอง ถ้าวันนั้นไม่มีอะไรจะไปร่วมชุมนุมด้วย ส่วนข้อห่วงใยเรื่องมือที่สามนั้น แทนที่จะชี้นิ้วไปที่ผู้ชุมนุม ต้องชี้นิ้วกลับไปที่เจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่คิดว่าไม่น่ามีบรรยากาศแบบนั้น อยากให้มองว่าทุกคนเป็นลูกหลาน เป็นอนาคตของชาติ อย่าสร้างสถานการณ์จนบานปลายไปสู่จุดที่เราควบคุมไม่ได้

“วิษณุ” เย้ยเส้นทางอีกยาวไกล

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ที่อาจต้องใช้เวลานาน ว่า ยาวนานแน่นอน เรารู้อยู่แล้ว ถ้าใช้ร่างของพรรคเพื่อไทยที่ให้มี ส.ส.ร. มายกร่างฯ ก็ใช้เวลา 4 เดือน แต่ถ้าใช้ร่างของพรรคร่วมรัฐบาลก็ใช้เวลา 240 วัน แต่ข้อเท็จจริงต้องมีเวลาเกี่ยวพันกับการทำประชามติ การจัดทำกฎหมายประชามติ รวมเวลาทั้งหมดก็เป็นปี แต่ที่เป็นห่วงคือมีเสียงพูดว่าเมื่อรัฐธรรมนูญใหม่ประกาศใช้แล้วก็ยุบสภา ยุบแล้วเลือกตั้งใหม่ใช่หรือไม่ ก็ต้องถามว่าแล้วใครทำกฎหมายลูก ต้องทำกฎหมายลูกให้หมด อย่างน้อย 3-4 ฉบับ คือ 1.พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. 2.พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. 3.พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง อย่างน้อย 3 ฉบับ อาจมีมากกว่านี้ ตรงนี้ต้องใช้เวลา ซึ่งวิธีแก้มันมีแต่ต้องไปคิดให้รอบคอบทั้งหมด มันไม่ยุ่งหรอก เพียงแต่อาจจะยาวนาน

“สุทิน” ฉะทำเศรษฐกิจพังคามือ

สำหรับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่ออภิปราย ทั่วไปโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ต่อเนื่องจนถึงช่วงกลางดึกเวลาประมาณ 00.30 น. ของวันที่ 10 ก.ย. บรรยากาศในช่วงท้ายของการประชุมดุเดือดขึ้นมาอีกรอบ เมื่อนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม ประธานวิปฝ่ายค้าน เป็นผู้อภิปรายสรุปคนสุดท้ายว่า การที่รัฐบาลอ้างตัวเลขการจัดอันดับของสถาบันต่างประเทศ ว่าไทยเศรษฐกิจดีนั้นไม่ถูกต้อง ชาวบ้านกำลังลำบาก ต่างชาติดูแค่เศรษฐกิจของคนไม่กี่ตระกูล เป็นเส้นบังตาที่เรียกว่าความเหลื่อมล้ำ หากไม่มีระบบการบริหารจัดการที่ดี เดือน ต.ค.นี้เศรษฐกิจไทยเดี้ยงแน่ นายกฯต้องยอมรับความจริงว่าเศรษฐกิจแย่ ผู้นำในอดีตที่เป็นทรราชเพราะเชื่อคนรอบข้าง อย่าไปเชื่อลูกน้องมาก เพราะมีปัญหาเรื่องความเชื่อมั่นในตัวนายกฯ

เลือกเอาอยากมี “ทรราช” ติดตัวไหม

นายสุทินกล่าวอีกว่า การชุมนุมทางการเมืองวันนี้มาจากการเรียกร้องของเยาวชน ถ้าใครปั่นม็อบให้นักศึกษาออกมาได้ขนาดนี้จะไปกราบเลย การชุมนุมครั้งนี้มีสิ่งบอกเหตุหลายอย่าง นายกฯในอดีตหลายคนดื้อ ทำให้เกิดวันมหาวิปโยค และมีคำว่าทรราชติดตัว วันนี้กำลังมาอีกท่านจะสร้างประวัติศาสตร์ อย่างไรอยู่ที่ท่านจะเลือก ถ้านายกฯทุ่มสุดตัวแล้วแต่ยังมือไม่ถึง มีทางเดียวคือต้องเปลี่ยนคนบริหาร เปลี่ยนคนเดียวไม่ได้ต้องเปลี่ยนทั้งชุด ข่าวลือเรื่องการรัฐประหารนั้น ก่อนปี 2557 เวลาใครถามท่านท่านก็ปฏิเสธ แต่สุดท้ายก็ยึดอำนาจ ดังนั้น นายกฯต้องส่งสัญญาณให้ชัด และใครจะยึดอำนาจวันนี้ต้องบอกว่าประชาชนไม่กลัวตายแล้ว หากยึดอำนาจในช่วงเศรษฐกิจวันนี้อาจจะสิ้นชาติ อยากฝากให้คิด หากนายกฯลาออกจะเป็นสิ่งที่สวยงามที่สุด เป็นการเสียสละครั้งสำคัญ หากท่านลาออกวันนี้เชื่อว่าผู้ชุมนุมจะไม่เลยป้าย สิ่งที่เราเคารพบูชาจะไม่ด่างพร้อย

 

“บิ๊กตู่” ปฏิเสธไขก๊อก–ไม่หนีคดี

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ กล่าวสรุปช่วงท้ายว่า ได้รับฟังความคิดเห็นและคำเสียดสีดูถูก คำว่าเผด็จการทหารได้ฟังตลอดมา แต่อย่าลืมว่าก็เคยมีคำว่าเผด็จการรัฐสภาเหมือนกัน “คำแนะนำให้ผมลาออก ถึงเวลาผมก็บริหารเองดีที่ท่านไม่แนะนำให้ผมหนีคดี ผมคงไม่หนี ขอบคุณสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมจะได้ทำงานของผมสักทีมีงานค้างอยู่เยอะ ท่านก็มี การเรียกส่วนราชการมาชี้แจงบ่อยๆในเรื่องเดิมๆ ทำให้ไม่มีเวลา ขอให้เบาๆลงหน่อยแล้วกัน จะได้ทำงานได้เร็วขึ้น”

“พีระพันธุ์” ร่ายยาวข้อเสีย รธน.60

ต่อมาเวลา 11.00 น. วันที่ 10 ก.ย. ที่รัฐสภามีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณารายงานผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปี 2560 (กมธ.ศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ) มีนายพีระพันธ์ุ สาลีรัฐวิภาค เป็นประธาน กมธ. โดยนายพีระพันธุ์ชี้แจงรายงานว่า มีสาระสำคัญ อาทิ การเสนอปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ชาติให้เร็วขึ้นเป็นทุก 1-2 ปี ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ การเสนอการเลือกตั้งกลับไปเป็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือ ส.ส.เขต และบัญชีรายชื่อ โดยเห็นว่าแนวทางรัฐธรรมนูญปี 2540 มีความเหมาะสม ไม่เห็นด้วยให้เสนอชื่อนายกรัฐมนตรีไว้ในรัฐธรรมนูญ รวมถึงให้ยกเลิกวิธีคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 หรือแก้ไขวิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อให้มีความชัดเจนมากขึ้น ขณะเดียวกันเสนอให้ผู้เป็นรัฐมนตรีไม่สามารถดำรงตำแหน่ง ส.ส.ได้ในเวลาเดียวกัน

ชงรัฐสภาคานอำนาจศาล รธน.

นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ส่วนการตรวจสอบการทำหน้าที่ของผู้พิพากษา ควรมีระบบลักษณะการถ่วงดุลอำนาจในระบอบประชาธิปไตย ระหว่างองค์กรที่ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ มิใช่ให้ฝ่ายตุลาการตรวจสอบกันเอง ขณะที่ฝ่ายตุลาการสามารถตรวจสอบฝ่าย นิติบัญญัติและฝ่ายบริหารได้ กมธ.เห็นว่าฝ่ายนิติบัญญัติควรมีอำนาจตรวจสอบการใช้ดุลพินิจคำพิพากษา คำชี้ขาดของตุลาการได้ในหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม เพื่อถ่วงดุลการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญซึ่งกันและกัน รวมถึงมีบัญญัติให้ผู้พิพากษา ตุลาการ สามารถถูกกล่าวหาต่อ ป.ป.ช.กรณีใช้ดุลพินิจโดยมิชอบได้ ส่วนหมวดศาลรัฐธรรมนูญ ควรให้รัฐสภาที่เป็นตัวแทนประชาชนมีอำนาจตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญได้ในบางกรณี ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ขณะเดียวกันควรกำหนดกรอบ การใช้ดุลพินิจและอำนาจขององค์กรอิสระให้เหมาะสมมากขึ้น และกรรมการองค์กรอิสระไม่ควรดำรงตำแหน่งนานเกินไป

ปลดล็อก ม.256 ห้าม ส.ว.ขวางลำ

นายพีระพันธุ์กล่าวต่อว่า ขณะที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256 นั้น เสียงส่วนใหญ่ใน กมธ.เห็นว่าควรยกเลิกเงื่อนไขการแก้รัฐธรรมนูญที่ต้องใช้เสียง ส.ว.เห็นชอบ 1 ใน 3 โดยให้มี ส.ส.ร.จากประชาชนมายกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ยกเว้นหมวด 1 และ 2 และจัดให้มีการออกเสียงประชามติหลังยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จ ส่วนเรื่องปฏิรูปประเทศนั้น ควรนำออกจากรัฐธรรมนูญไปเลย เพราะไม่สามารถปฏิบัติได้จริง เป็นอุปสรรคต่อการบริหารประเทศ ควรกำหนดให้การปฏิรูปประเทศไปอยู่ในกฎหมายรองลงไป ส่วนบทเฉพาะกาลมาตรา 269 เรื่องที่มา ส.ว.นั้น มีความเห็น 2 แนวทาง คือ 1.ยกเลิกวุฒิสภาที่มาจากบทเฉพาะกาลตามมาตรา 269 2.วุฒิสภาชุดปัจจุบันให้ทำหน้าที่ต่อไปจนครบ 5 ปี แต่อาจปรับบทบาทหน้าที่ เช่น เรื่องการโหวตเลือกนายกฯ การปฏิรูปประเทศ โดยเสียงส่วนใหญ่เห็นสมควรให้ยกเลิกมาตรา 272 ให้ ส.ว.มีอำนาจลงมติเลือกนายกฯ โดยให้สภาฯเลือกเองเหมือนในอดีต

ขู่เสียงปืนดัง “ลุง” ไม่มีแผ่นดินอยู่

จากนั้นที่ประชุมเปิดโอกาสให้ ส.ส.อภิปรายแสดงความเห็น นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 ล็อกกุญแจ 8 ชั้น ยากที่คนธรรมดาจะแก้ได้ วันนี้เราพยายามไม่ให้เสียเลือดเนื้อ ให้แก้อย่างละมุนละม่อม แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ บอกว่าการแก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่ ละเอียดอ่อน ต้องใช้เวลา แต่เวลาทำรัฐประหารกลับฉีกรัฐธรรมนูญในเวลา 1 วัน อยากให้ ส.ส.ร.ที่ตั้งขึ้นยึดหลักรัฐธรรมนูญปี 2517 และ 2540 รวมถึงรายงานของ กมธ.เป็นต้นแบบเพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ประเทศจะได้เดินได้ แต่วันใดที่มีเสียงปืน มีเด็กเสียชีวิต วันนั้น พล.อ.ประยุทธ์จะไม่เหลืออะไรเลย จะไม่มีแผ่นดินอยู่ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นความหวังของคนไทยที่จะแก้ปัญหาทุกอย่าง

พปชร.โต้มีคนอยากกลับมาใหญ่

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่ระบุว่าระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสมไม่ตอบสนองความต้องการประชาชน จึงอยากกลับไปใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 เพราะคนเหล่านี้คิดว่าเป็นระบบเดิมที่จะช่วยทำให้ได้ ส.ส.เพิ่มขึ้น ทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อ จะได้กลับมาเป็นพรรคขนาดใหญ่ จึงต้องการเอาระบบเดิมกลับมา ถ้าประชาชนสับสนจริงอย่างที่ว่าการเลือกตั้งบางจังหวัดพรรคเพื่อไทยคงไม่ได้รับเลือกตั้งยกจังหวัด

“ชาดา” ให้แก้สันดานนักการเมือง

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย อภิปรายว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีปัญหาต้องแก้ไข หากเทียบเป็นสิ่งของต้องเผาทิ้ง เพราะไม่เป็นสิริมงคล และรัฐธรรมนูญฉบับต่อๆไปต้องคุมรัฐบาลและราชการให้ดี เนื่องจากเป็นตัวสร้างปัญหาให้รัฐธรรมนูญ เช่น การกระจายอำนาจ แม้รัฐธรรมนูญบอกให้กระจายอำนาจ ถึงรัฐจะทำแต่ก็ฉ้อฉล กระจายทางบัญชี สร้างภาพสวยหรูว่ากระจายแล้ว แต่ไม่ได้กระจายอำนาจจริง ไม่ให้เม็ดเงินกับท้องถิ่น และสิ่งที่ต้องแก้ไปพร้อมกับรัฐธรรมนูญคือแก้สันดานนักการเมือง ผู้บริหาร ถึงจะแก้รัฐธรรมนูญอย่างไรก็ไม่หมด ถ้ายังไม่แก้นิสัยคนพวกนี้และสันดานคนหลายคน ต้องแก้นิสัยตัวเอง ข่าวสด

ผ่าตัดองค์กรอิสระหยุดวิกฤติ

นายวรภพ วิริยะโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ปัญหาการเมืองช่วง 20 ปีที่ผ่านมา สาเหตุสำคัญคือองค์กรอิสระ รวมถึงศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อองค์กรอิสระขาดความชอบธรรม ประชาชนไม่เชื่อมั่นจะเกิดวิกฤติการเมืองตามมา จบด้วยการรัฐประหาร ที่ผ่านมาองค์กรอิสระถูกแทรกแซง โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญปี 60 ที่ใช้มาตรา 44 ต่ออายุตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ การเซ็ตซีโร่ กกต. แต่งตั้งองค์กรอิสระโดย สนช.องค์กรอิสระปัจจุบันจึงไม่มีความชอบธรรม

เหลืออยู่ เป็นเรื่องตลกที่องค์กรอิสระจะมาตรวจสอบรัฐบาล การหลุดพ้นจากวิกฤติการเมืองต้องออกแบบที่มาองค์กรอิสระให้มีความเป็นกลาง คนกลางขององค์กรอิสระคือบุคคลที่ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านเห็นพ้องตรงกัน ควรได้คะแนนเสียงเห็นชอบ 2 ใน 3 จากสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส.เห็นชอบ 333 คนขึ้นไป ควรใช้กลไกจากฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านในการสรรหาองค์กรอิสระ ปลดล็อกองค์กรอิสระให้มีความเป็นกลาง ส่วนการถอดถอนองค์กรอิสระควรให้สิทธิประชาชนเข้าชื่อถอดถอนโดยตรง ถึงจะกำหนดเข้าชื่อถึง 1 ล้านคนก็เป็นไปได้ในโลกยุคออนไลน์ ถ้าเข้าชื่อเป็นล้านคนองค์กรนั้นก็หมดความชอบธรรม นี่เป็นหนทางเดียวทำให้ประเทศยุติความขัดแย้ง

สภาฯเห็นชอบรายงานแก้ รธน.

กระทั่งเวลา 18.20 น. หลังจาก ส.ส.อภิปรายจนครบทั้ง 33 คนแล้ว นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม แจ้งว่าแม้จะมีความเห็นแตกต่าง แต่ทุกคนต่างเห็นพ้องให้รับรายงานฉบับดังกล่าว พร้อมกับส่งรายงาน ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะต่อการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญไปให้รัฐบาลพิจารณา จึงขอใช้ข้อบังคับการประชุมข้อ 88 ยกเว้นไม่ต้องลงมติ ซึ่งที่ประชุมไม่มีผู้ใดคัดค้าน ทำให้ที่ประชุมมีมติเห็นชอบรายงานฉบับนี้ส่งให้รัฐบาลพิจารณาต่อไป

“ประยุทธ์” ลั่นไม่ได้อยู่เพื่ออำนาจ

เมื่อเวลา 15.30 น. ที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานแถลงแนวทางการพัฒนาประเทศ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ของนักศึกษาวปอ.รุ่น 62 วิทยาลัยเสนาธิการทหาร และวิทยาลัยการทัพของทั้ง 3 เหล่าทัพประจำปี 2563 ว่า เรื่อง ความมั่นคงไม่ใช่ความมั่นคงทางทหารหรือตำรวจเท่านั้น ต้องมีความมั่นคงประชาชนด้วย ต้องร่วมกันสร้างแบบรวมไทยสร้างชาติ ยึดหลัก 3 ร. คือ ร่วมมือ รวดเร็ว และรูปธรรม ดึงศักยภาพของเรามาใช้ประโยชน์ ทั้งรอยยิ้ม สมานฉันท์ ปรองดอง อะลุ่มอล่วยกัน แต่มีความพยายามบิดเบือนสิ่งเหล่านี้ รวมทั้งปัญหาความขัดแย้งภายในของเราเอง คงไม่ต้องเล่าวันนี้เกิดอะไรขึ้นในประเทศไทย วันนี้ทำอย่างไรให้คนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่อยู่ร่วมกันได้ วันนี้ยังไม่ไว้ใจกันไม่รู้เพราะอะไร การทะเลาะเบาะแว้งสร้างความขัดแย้งเป็นการทำลายศักยภาพของเราโดยไม่รู้ตัว เราจะเอาชนะกันเพื่ออะไร เพื่ออำนาจเพื่อผลประโยชน์มันใช่หรือไม่

โยนบาปโควิดทำทุกอย่างเจ๊ง

“ผมมายืนอยู่ตรงนี้เพื่อ 2 อย่างนี้หรือ ไม่อยากจะแก้ตัว ผมรู้ว่าทําเพื่อใครเพื่ออะไร จะเอาชนะกันไปทำไมบนซากปรักหักพังของประเทศ ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ว่าโควิด-19 มันมายังไง เขาก็บอกว่านายกฯทำทุกอย่างล้มเหลวหมด ก็รับไปทั้งหมด มันไม่ใช่ ถ้าไม่มีโควิด-19 เข้ามาอะไรมันก็เริ่มดีขึ้น หลายอย่างเราสร้างความเข้มแข็งไปแล้ว เผอิญมีไอ้นี่เข้ามาพอดี เรามีเป้าหมายหลักเพื่อประชาชน ผมก็มีกำลังใจแค่นี้ อย่างอื่นผมไม่มีอะไร ไม่ได้อะไรซักอย่าง ต้องช่วยกันปลูกฝังคนรุ่นหลังไม่ให้เกิดปัญหาการทะเลาะเบาะแว้ง อย่าลืมว่าเราคือครอบครัวเดียวกัน ครอบครัวคนไทย ครอบครัวประเทศไทยเรา” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

“วันนอร์” ไขก๊อก “ทวี” นั่ง ส.ส.แทน

อีกเรื่องที่รัฐสภา นายซูการ์โน มะทา ส.ส.ยะลา พรรคประชาชาติ แถลงข่าวการลาออกจาก ส.ส.ของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ว่า เนื่องจากนายวันมูหะมัดนอร์ มีความประสงค์ขอลาออกจากการเป็น ส.ส. ตั้งแต่วันที่ 11 ก.ย.เป็นต้นไป โดยผู้ที่อยู่ในบัญชีรายชื่อของพรรคประชาชาติ ลำดับถัดไปคือ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ จะขึ้นมาเเทน โดยจะยื่นเรื่องต่อสภาฯเพื่อส่งเรื่องถึงประธานสภาฯต่อไป ทั้งนี้นายซูการ์โนได้แจกเอกสารชี้แจงเป็นหนังสือการลาออกของนายวันมูหะมัดนอร์ ระบุข้อความว่า “ถ้าผมลาออก ลำดับถัดมาก็จะขึ้นมาเป็นแทน คือ พ.ต.อ.ทวี ซึ่งเป็นที่ยอมรับในความขยันขันแข็ง ควรให้โอกาสคนที่จะทำงานได้ดีกว่า ควรได้รับเกียรติมาทำงาน ในฐานะ ส.ส.คนหนึ่งของรัฐสภาประชา-ธิปไตยนั้น ไม่ควรยึดมั่น ยึดติด ต้องเปลี่ยนผ่าน ทดแทนกันได้ นี่เป็นครรลองของประชาธิปไตย”

 

 

ที่มา : www.thairath.co.th

 

ติดตาม ข่าวสด ได้ที่เว็บไซต์ www.thenation-news.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *