ร้องคุ้มครองเหยื่อครู หวั่นมีอิทธิพลขู่ (คลิป)

ร้องคุ้มครองเหยื่อครู หวั่นมีอิทธิพลขู่ (คลิป)

“บิ๊กตู่” ฮึ่ม สั่งฟันแก๊งครูหื่นเต็มอำนาจตามกฎหมาย หากมีหลักฐานความผิดชัดเจน ชี้ครูต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีให้เด็กและสังคม “ป้าทิชา” นำเครือข่ายคุ้มครองเด็กฯ ลุยร้อง “รมว.ยุติธรรม” ขอให้นำเหยื่อทั้ง 2 คนเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองพยาน หวั่นอิทธิพลมืดข่มขู่คุกคามเอาชีวิต ศธ.เตรียมจัดครูชุดใหม่เข้าสอนแทนแล้ว ด้านผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่เกิดเหตุแฉ หลังเรื่องแดงมีนักการเมืองระดับชาติมาขอเคลียร์

สังคมยังให้ความสนใจเฝ้าจับตาการดำเนินคดีครูชาย 5 คน และศิษย์เก่า 2 คน รุมโทรม 2 นักเรียนหญิงชั้น ม.2 และม.4 ร.ร.ดงมอนวิทยาคม อ.เมืองมุกดาหาร ขณะที่หลายหน่วยงานภาครัฐและองค์กรเอกชน ได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ 2 เหยื่อคณะกามฉาว เนื่องจากกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมดได้รับการประกันตัวออกไป เกรงว่าจะข่มขู่คุกคามผู้เสียหาย

ที่ห้องสีฟ้า ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 12 พ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้ไลฟ์ผ่านเพจไทยคู่ฟ้า ตอบคำถามภายหลังประชุม ครม. ถึงกรณีเกิดเหตุ 5 ครูชาย ร่วมกับศิษย์เก่า 2 คน รุมข่มขืนนักเรียนหญิงชั้น ม.2 และ ม.4 โรงเรียนใน จ.มุกดาหารว่า เรื่องนี้ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ถ้ามีการกระทำความผิดและมีหลักฐานชัดเจน ต้องลงโทษเต็มอำนาจตามกฎหมาย ครูถือเป็นบุคลากรสำคัญควรจะต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็กและสังคม

ที่หน้าศูนย์ยุติธรรมสร้างสุข กระทรวงยุติธรรม ศูนย์ราชการอาคารเอ ถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อเวลา 14.40 น. นายชูวิทย์ จันทรส เลขาธิการมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว นำเครือข่ายปกป้องเด็กและเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยงทางสังคม พร้อมนางทิชา ณ นคร ผอ.ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก ในฐานะที่ปรึกษามูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัวฯ เข้ายื่นหนังสือต่อนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม เรียกร้องให้กระทรวงยุติธรรมนำผู้เสียหายและครอบครัวเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองพยานของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ควบคู่กับการฟื้นฟูสภาพจิตใจ เพื่อให้ผู้เสียหายมั่นใจในกระบวนการยุติธรรม และเข้าถึงการเยียวยาจากกองทุนยุติธรรม

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า กระทรวงยุติธรรมรับเรื่องไว้ และจะดำเนินการเยียวยาสภาพจิตใจครอบครัวของผู้ถูกกระทำ และช่วยเหลือในด้านคดีความด้วย พร้อมประสานไปยังอัยการจังหวัดมุกดาหาร เพื่อขอคุ้มครองสืบพยานไว้ก่อนฟ้อง เนื่องจากกลุ่มจำเลยมีอิทธิพลต่อจิตใจของเด็กผู้เสียหาย อาจเกิดการข่มขู่พยานได้ สภาพจิตใจเด็กยังจดจำสิ่งที่เกิดขึ้น ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ยุติธรรมจังหวัดให้เร่งดำเนินการอย่างรวดเร็ว และจะใช้เวลาน้อยลง ไม่มีการแทรกซ้อนเรื่องอื่นๆ

นางทิชา ณ นคร กล่าวว่า ขอขอบคุณนายกรัฐมนตรี และ รมว.ยุติธรรมที่สนใจติดตามคดีนี้ ไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดในสังคมไทยอีก กลุ่มผู้ต้องหาได้ถ่ายคลิปไว้แบล็กเมล์ข่มขู่ผู้เสียหายที่เป็นนักเรียนทั้ง ม.ต้น และ ม.ปลาย แต่ผู้ต้องหาทั้งหมดกลับได้รับการประกันตัวออกไป ทำให้น่าเป็นห่วงว่าผู้เสียหายและครอบครัวจะถูกข่มขู่คุกคามเอาชีวิต หรือเสียหายต่อรูปคดี เหตุการณ์นี้มีผู้ก่อเหตุจำนวนมาก กระทำกันเป็นขบวนการมายาวนานเป็นปี อาจมีอิทธิพลมีอำนาจแฝงเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงมายื่นหนังสือต่อ รมว.ยุติธรรม เรียกร้องให้ผู้เสียหายและครอบครัวเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองพยาน สร้างความมั่นใจในกระบวนการยุติธรรม และเข้าถึงการเยียวยาจากกองทุนยุติธรรมเป็นการด่วน เด็กก็คือเด็ก ไม่อยากให้มองว่าเป็นเด็กไม่ดี เพราะตกเป็นเหยื่อของคนเลวที่เป็นครูและรุ่นพี่ ต้องทำให้เด็กรู้สึกผ่อนคลาย ปลอดภัย และสังคมต้องไม่ปล่อยให้ผู้ใหญ่ที่กระทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้ลอยนวลได้ต่อไป

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่ครู 5 คน และรุ่นพี่ 2 คนย่ำยีลูกศิษย์ว่า เรื่องนี้ขอให้ผู้เสียหายมั่นใจว่า ผู้ที่กระทำผิดจะต้องได้รับการลงโทษ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้สร้างความสะเทือนใจให้กับครอบครัวผู้เสียหายอย่างมาก แต่หากเรายืนหยัดที่จะต่อสู้กับความไม่ถูกต้อง เชื่อว่าจะเป็นตัวอย่างให้กับสังคมได้ ศธ.จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ปัญหาเหล่านี้หมดไป ต่อข้อถามว่าขณะนี้มีนักเรียนรวมถึงผู้ปกครองบางส่วนในโรงเรียนที่เกิดเหตุมีความไม่สบายใจ อาจขอย้ายโรงเรียนนั้น รมว.ศึกษาธิการกล่าวว่า หากเป็นความต้องการของผู้ปกครองและนักเรียน ศธ.จะต้องหาแนวทางที่เหมาะสมไว้รองรับ เราไม่ได้มีปัญหาในส่วนนี้ เพียงแต่ต้องสร้างความเข้าใจและความมั่นใจให้กับผู้ปกครองและนักเรียน ศธ.จะจัดหาครูชุดใหม่ เข้ามาทำหน้าที่จัดการเรียนการสอนแทนครูชุดเก่า เชื่อว่าครูชุดดังกล่าวจะสามารถขับเคลื่อนโรงเรียนให้เป็นไปตามแนวทางที่ ศธ.ตั้งไว้ได้

กับพนักงานสอบสวน สภ.ผึ่งแดด อ.เมืองมุกดาหาร เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ทั้งที่ยังไม่มีการขออนุมัติหมายจับ ก่อนถูกคุมตัวส่งฟ้องศาลในช่วงเช้าวันที่ 8 พ.ค. ในคดีรุมโทรมนักเรียน ม.2 อายุ 14 ปี ก่อนที่ทั้งหมดจะได้รับการประกันตัวในชั้นศาล เนื่องจากตำรวจไม่คัดค้านการประกันตัว อ้างว่าผู้ต้องหาเข้ามอบตัวและไม่มีพฤติกรรมหลบหนี แต่จนถึงขณะนี้ไม่มีใครยืนยันได้ว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดอยู่ในพื้นที่หรือไม่ เนื่องจากมีกระแสข่าวว่า 3 ใน 5 ผู้ต้องหาที่เป็นครู อาจถูกแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในคดีข่มขืนนักเรียน ม.4 อายุ 16 ปี เพิ่มอีก 1 คดี ทำให้ผู้ต้องหาคนหนึ่งมีความเคลื่อนไหวด้านธุรกรรมการเงิน คาดว่าอาจเตรียมตัวหลบหนีไปกบดานยังประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง เพราะบทลงโทษตามข้อกฎหมายที่จะได้รับในทั้ง 2 คดี มีโทษรุนแรงมาก

นายทองใส ภาคภูมิ ผญบ.หมู่ 2 บ้านดงมอน ต.ผึ่งแดด อ.เมืองมุกดาหาร กล่าวว่า หลังเป็นข่าวโด่งดัง ขึ้นมา มีนักการเมืองระดับชาติมาติดต่อกับตนบอกว่า อยากให้มีการเจรจากันจะได้หรือไม่ ตนตอบไปว่าคงไม่ได้ เพราะตอนนี้ทุกคนรู้เรื่องหมดแล้วและเรื่องเลวร้ายแบบนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ไม่มีใครรับได้อย่างแน่นอน เนื่องจากลูกหลานคนบ้านดงมอนส่วนใหญ่เรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ หากปล่อยให้ครูทั้ง 5 คนลอยนวลต่อไปจะยิ่งเป็นอันตรายกับเด็กในพื้นที่

ขณะที่นายประดิษฐ์ บุญเลิศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดงมอน อ.เมืองมุกดาหาร กล่าวว่า ตนทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ร.ร.ดงมอนวิทยาคม หลังเกิดเรื่องฉาวโฉ่ดังกล่าว รู้สึกตกใจและโกรธมาก ยืนยันจะต่อสู้เพื่อให้ตำรวจทำหน้าที่ตามข้อกฎหมายโดยเคร่งครัดไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับบุคคลอื่น เพราะ ร.ร.ดงมอน–วิทยาคม เป็นสถานศึกษาดีเด่นในหลายด้านติดต่อกันมาหลายปี ใครจะมาทำลายชื่อเสียงของโรงเรียนเช่นนี้ ตนและชาวบ้านคงไม่ยอมอยู่นิ่งเฉยอย่างแน่นอน

ด้านนางอัญญากร ผิวขำ ครูแนะแนว ร.ร.ดงมอนวิทยาคม กล่าวว่า ในฐานะครูแนะแนว ได้ไปพบนักเรียนหญิง ม.2 และ ม.4 ที่ตกเป็นเหยื่อเพื่อให้กำลังใจแก่เด็กทั้ง 2 คนแล้ว แม้จะเกิดเรื่องอื้อฉาวดังกล่าวขึ้น แต่เด็กทั้ง 2 คนยังมีกำลังใจดีและพร้อมจะสู้ชีวิตต่อไป เนื่องจากมีหน่วยงานต่างๆ ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือดูแล ขณะเดียวกันโรงเรียนจะเพิ่มมาตรการในการสอดส่องดูแลชีวิตความเป็นอยู่และพฤติกรรมของนักเรียนให้มากยิ่งขึ้น

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ติดต่อขอสัมภาษณ์ นางวัลลียา เกื้อหนองขุ่น อายุ 63 ปี แม่ของนายเอกลักษณ์ เกื้อหนองขุ่น อายุ 35 ปี ครูสังคมศึกษา ร.ร.ดงมอนวิทยาคม อ.เมืองมุกดาหาร 1 ในกลุ่มผู้ต้องหา นางวัลลียาเปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุตนและสามีคือนายวาส เกื้อหนองขุ่น นายก อบต.หนองขุ่นใหญ่ กินไม่ได้นอนไม่หลับ ในฐานะของคนเป็นพ่อแม่ เมื่อลูกชายตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา จะผิดจริงหรือไม่จริงยังไม่รู้ แต่ลูกชายได้แจ้งเรื่องคดีข่มขืนศิษย์ให้ทราบเมื่อวันที่ 6 พ.ค. พอมาวันที่ 7 พ.ค. ลูกชายถูกจับกุมดำเนินคดี รู้สึกเสียใจอย่างมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่จะไม่ช่วยเหลือ คงปล่อยให้เป็นขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม เคยย้ำกับลูกชายเสมอว่าให้เป็นครูที่ดี อย่าไปกระทำผิดวินัยข้าราชการครูเด็ดขาด จนถึงขณะนี้ยังไม่รู้ว่าลูกหลบไปอยู่ที่ไหน เพราะติดต่อลูกชายไม่ได้เช่นกัน ข่าวสด

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 11 พ.ค. ว่าที่ ร.ต.สิทธินันท์ ณ หนองคาย 1 ในกลุ่มผู้ต้องหา พร้อมภรรยาและทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ผึ่งแดด อ.เมืองมุกดาหาร เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม เมื่อเห็นผู้สื่อข่าวยกกล้องขึ้นถ่ายภาพ ว่าที่ ร.ต.สิทธินันท์รีบฉากหลบทันที โดยก้มศีรษะลงและดึงตัวภรรยาเข้ามาใกล้เพื่อปิดบังใบหน้า ก่อนวิ่งขึ้นโรงพักเข้าไปในห้องพนักงานสอบสวน ผู้สื่อข่าวพยายามขอสัมภาษณ์เพื่อสอบถามขอเท็จจริงของเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ผู้ต้องหาไม่ยอมตอบคำถามใดๆทั้งสิ้น

 

ที่มา : www.khaosod.co.th

ติดตาม ข่าวสด ได้ที่เว็บไซต์  www.thenation-news.com

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *